นวัฒตกรรมธนาคารความดี

นวัตกรรม
ธนาคารความดี
จากแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 - 2554) ในส่วนของยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยสู่สังคมสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ซึ่งได้มีแผนการดำเนินงานมุ่งเน้นพัฒนาคนให้มีคุณธรรมนำความรู้เกิดภูมิคุ้มกันและเสริมสร้างคนไทยให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุข ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลหัวง้ม ในการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการพัฒนา "คน" ให้มีความรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม ความสามัคคี เอื้ออาทร และสันติสุขอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบกับในปี 2550 เป็นปีมหามงคล เนื่องในวโรกาสที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 องค์การบริหารส่วนตำบลหัวง้ม จึงได้ร่วมกับคณะสงฆ์ตำบลหัวง้ม ผู้นำชุมชน ส่วนราชการ และกลุ่มพลังมวลชนต่าง ๆ ร่วมกันดำเนินงานตามโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้คนทำความดีโดยยึดหลักศีลธรรม จริยธรรม อันดีงามตามหลักธรรมทางพุทธศาสนา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการ "ทำดีถวายในหลวง เฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา" โดยได้ดำเนินการตามโครงการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. โครงการ "กลุ่มสัมพันธ์ ผู้สูงอายุ"
2. โครงการ "ร้อยคน ร้อยดวงใจ ร้อยความห่วงใย แด่ผู้สูงวัยที่ขาดแคลน"
3. โครงการ "1 วัน 1 บาท เพื่อเติมโอกาสให้แก่ผู้ยากไร้"
4. โครงการ "ลดการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ตำบลหัวง้ม"
5. โครงการ "มรรคนายกน้อย"
6. โครงการ "ก๋วยสลาก เพื่อการศึกษา"
7. โครงการ "ปลูกต้นไม้ แด่ผู้วายชนม์"
โครงการดังกล่าวข้างต้น ได้ดำเนินการในปี 2550 ซึ่งทุกโครงการล้วนแต่เป็นการ
ส่งเสริมให้คนทำความดี บนพื้นฐานคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งได้รับการตอบรับ และความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน แสดงให้เห็นถึงจิตใจอันดีงามของคนในการตั้งมั่นเพื่อจะทำความดี เพื่อตัวเอง เพื่อผู้อื่น และเพื่อสังคมชุมชน ให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและยั่งยืน บนพื้นฐานของความพอเพียง
จากการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้คนทำความดีนั้น เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ตำบลหัวง้ม มีความหลากหลาย แตกต่างกันทั้งทางด้าน การศึกษา อาชีพ ฐานะ และพื้นฐานทางสังคม ประกอบกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ปัญหาด้านความอ่อนแอทางศีลธรรม จริยธรรม เกิดการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นเพื่อผลประโยชน์ จึงทำให้หลายคนที่ตั้งมั่นทำความดี เมื่อพบปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินชีวิต เกิดความท้อแท้ และท้อถอยกับการทำความดี จึงเกิดคำถามขึ้นมามากมายเกี่ยวกับการทำความดี ซึ่งเป็น "นามธรรม" จับต้องไม่ได้ และนี่คือคำถาม ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง....
- ความดี อะไร?
- ความดี มีจริงหรือไม่?
- ทำความดี แล้วได้อะไร?
จากคำถามของคนทั่วไป กลายมาเป็นคำถาม สำหรับ อบต.หัวง้ม และทุกภาคส่วน
ที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้คนทำความดี อบต.หัวง้ม จึงได้จัดเวทีในการร่วมกันค้นหาคำตอบ โดยผ่านเวทีประชาคมทุกหมู่บ้าน ตามโครงการ อบต.หัวง้ม พบประชาชน ประจำปี 2550 ซึ่ง อบต.จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีกิจกรรมหลักในการร่วมกันจัดทำแผนชุมชนของหมู่บ้าน การให้ความรู้จากหน่วยงานต่าง ๆ การให้บริการรับชำระภาษี ประชาสัมพันธ์ นิทรรศการ และอื่น ๆ โดยครั้งนี้มีวาระสำคัญในการร่วมกันค้นหาคำตอบของการทำดี ซึ่งประกอบด้วยการประชาคมงดเหล้า เพื่อหามติลดปริมาณการเลี้ยง เหล้า ในงานศพ ตามโครงการ"งานศพ ปลอดเหล้า" และการร่วมกันค้นหาคุณธรรม ความดี ในชุมชน โดยการนำเอากิจกรรม โครงการ สิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในตำบลหัวง้ม มาเชื่อมโยงเป็นกระบวนการ ภายใต้แนวคิด คุณธรรม ความดี สร้างสังคม อยู่ดีมีสุข จึงนำไปสู่บทสรุปในการจัดตั้ง "ธนาคารความดี" " เป็นกระบวนการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมหรือความดี ให้คงอยู่หรือกลับมามีบทบาทในการสร้างสังคมอยู่ดีมีสุข
การจัดตั้งธนาคารความดี เพื่อพิสูจน์ความจริง ให้ทุกคนได้เห็นว่าความดีนั้นมีจริง ทำ
ดีแล้วต้องได้ดี... โดย มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะแสวงหาคำตอบให้กับคนในชุมชนที่ไม่มั่นใจในเรื่องนี้ ได้มีความมั่นใจอีกครั้งหนึ่งว่า ความดีนั้นมีจริง สัมผัสได้ และคนที่ทำความดีต้องได้รับสิ่งที่ดีตอบแทน เพราะบัดนี้ตำบลหัวง้มได้ค้นพบความจริงที่อยากจะบอกให้กับทุกคนว่าวันนี้ไม่ต้องเลิกคิดในการทำดี และท้อแท้กับการทำความดีอีกต่อไปให้ทุกคนยืนหยัดทำความดี เพื่อตนเองเพื่อครอบครัว และเพื่อชุมชนให้ต่อเนื่องเหมือนสายน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลา จงอย่าหยุดนิ่ง กับการทำความดี เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การทำดีของทุกคนจะไม่สูญเปล่าและไม่โดดเดียวกับการทำความดี เพราะสมาชิกธนาคารความดีทุกคนจะ
กรอบแนวคิดธนาคารความดี
รูปแบบการดำเนินงาน "ธนาคารความดี"
จากนโยบายในการส่งเสริมให้คนทำความดี และสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่กระทำความดีกับการที่ได้เห็นความดีของตน เช่นเดียวกับการที่คนที่ทำมาหากินอย่างสุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินเพื่อใช้เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต เมื่อทำงานได้เงินมาก็เกิดความภาคภูมิใจในเงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตน และเมื่อมีเงินเหลือก็นำไปฝากธนาคารเกิดความอบอุ่นใจ จึงได้เกิดแนวความคิดนำรูปแบบของ"ธนาคาร" มาเป็นต้นแบบในการดำเนินงานของ "ธนาคารความดี" โดยให้ผู้ที่ทำความดีสามารถนำความดีของตนมาฝากธนาคารได้ สามารถสะสมความดีได้ โดยปฏิญาณตนต่อหน้าพระรัตนตรัยเพื่อตั้งมั่นทำความดีตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งเป็นการยากที่จะพิสูจน์หรือเชื่อได้ว่าผู้ที่มาฝากความดีจะสามารถทำความดีได้ตามที่ฝากหรือไม่ แต่เนื่องจากเป็นโครงการที่ส่งเสริมคนดี ก็จะเชื่อในความซื่อสัตย์ ของผู้ฝากความดี ซึ่งหากผู้ฝากไม่สามารถทำความดีได้ตามที่ตนตั้งใจไว้ ก็สามารถมาถอนความดีได้ ความดีที่ปรากฏในสมุดธนาคารก็จะสามารถสร้างความภาคภูมิใจ และความอุ่นใจให้กับเจ้าของความดีได้ หรือหากมีความดีมากแล้ว หากขัดสนในเรื่องปัจจัยในการดำรงชีวิต ก็สามารถถอนความดีแลกสิ่งของเหล่านี้ได้ ซึ่งสิ่งของต่าง ๆ ก็จะมาจากการบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป คณะสงฆ์ และจากกองทุน 1 วัน 1 บาท เพื่อเติมโอกาสให้กับผู้ยากไร้ แต่การนำความดีมาแลกสิ่งของ มิได้เป็นคำตอบของการทำความดี เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งของคนที่ขาดแคลนเท่านั้น เพราะหลักการของธนาคารความดีคือ "ทำความดีสร้างค่าความเป็นคน ยามขัดสนเราให้แลกเป็นสิ่งของ" และจากการดำเนินงานของธนาคารความดี โดยสมาชิกเริ่มแรกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งได้มีการสมัคร ฝาก - ถอนความดีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบัดนี้ก็พบว่ามีผู้ที่ถอนความดีแลกสิ่งของน้อยมาก ซึ่งผู้ที่ถอนความดีมาแลกสิ่งของก็เป็นผู้ที่ขาดทุนทรัพย์จริง จริง จึงได้ทำความดีโดยอุทิศตนเพื่อทำงานให้สังคมในโอกาสต่าง ๆ และนำความดีมาแลกสิ่งของซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต จึงถือได้ว่าการดำเนินงานตามโครงการธนาคารความดี เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และขณะนี้เริ่มแพร่กระจายเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งทาง อบต.หัวง้ม ทุกหน่วยงานก็ได้ประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้คนทำความดี และร่วมเป็นสมาชิกธนาคารความดีกันมากขึ้น
ตำบลหัวง้ม จึงได้เชิญชวนให้ทุกคนร่วมทำความดี โดยการสมัครเป็นสมาชิก ธนาคารความดีตำบลหัวง้ม เพื่อจะได้ร่วมกัน "น้อมสะสมความดี 84,000 ความดี ถวายในหลวง 84 พรรษา ในปี 2554"
ตำบลหัวง้ม จึงได้เชิญชวนให้ทุกคนร่วมทำความดี โดยการสมัครเป็นสมาชิก ธนาคารความดีตำบลหัวง้ม เพื่อจะได้ร่วมกัน "น้อมสะสมความดี 84,000 ความดี ถวายในหลวง 84 พรรษา ในปี 2554"
แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 29 มิถุนายน 2010 เวลา 03:31 น.)


